#57 เช็คอิน

posted on 08 Jun 2013 14:30 by rushes directory Diary
 
 
 
 
ต่อ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากภาพที่แล้ว ผู้เขียนกับเดอะมัสท์ก็ลอดเข้าไปในช่องหินตามทางบันได
 
ด้านในต้องมุดหลบช่วงหินที่หนีบเข้าหากัน เหลือเพียงรูขนาดไม่ใหญ่มากให้สอดตัวเข้าไป
 
 
 
ผู้เขียนกับเดอะมัสท์ก็บีบหดร่างกายกันขนานใหญ่แล้วปีนขึ้นไปต่อด้านบน
 
มีบางช่วงที่ไม่ถือกับอันตรายมาก แต่ก็ไม่ค่อยปลอดภัย
 
 
 
ก็เดินลัดเลาะกันไปจนมาถึง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
บนสุด
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ข้างบนนี้ไม่มีใครเลย เนื่องจากเป็นวันทำงาน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ห่างออกไปจากผู้คนขวักไขว่
 
 
ความว้าวุ่น ถูกแรงโน้มถ่วงตรึงไว้กับภาคพื้นดินในที่ที่ไกลออกจากจุดที่ผู้เขียนหายใจอยู่ในชั่วโมงนั้น
 
 
 
 
 
 
 
 
บางคำถามได้ถูกลืมเลือนไปชั่วขณะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มันไม่ใช่ที่ ที่ดีเลิศ สวยงามเหมือนกับถูกเสกออกมาจากหมวกนักมายากล
 
 
 
แต่มันดีพอที่จะนั่งคุยกับเพื่อน ที่ห่างหายกันไปนานเกือบสองทศวรรษ
 
อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องระวังอะไร
 
เหมือนเราได้รับ บุฟเฟต์การสนทนากับเพื่อนเก่าแบบคุยดังแค่ไหนก็ได้ คุยห่ามเท่าไรก็ยังไหว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เดินกันมาถึงจุดหนึ่งก็เจอกับศาลาพักเหนื่อยที่ถูกสร้างไว้บนยอดเขาแห่งนี้
 
ผู้เขียนกับเดอะมัสท์จึงจองกันคนละแถว หย่อนตูดเพื่อพักน่อง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผู้เขียนเอนตัวลงนอนราวกับเด็กที่งอแงเนื่องจากแม่ไม่ซื้อขนมช็อกโกแลตให้หลังเลิกงาน
 
เดอะมัสท์ มองออกไปยังภาพที่ปรากฎอยู่เบื้องหน้า เป็นภาพก้อนเมฆลอยดุ๊กดิ๊ก
 
บางชิ้น เหมือนจะเป็นรูปร่างอะไรซักอย่าง
 
เหมือนมันอยากบอกเรื่องราวอะไรกับผู้ที่เดินทางมาเข้าใกล้มันจากภาคพื้นดิน
 
 
หรือมันอาจเป็นว่าผู้เขียนเพ้อภพไปเองก็เป็นได้
 
 
 
 
 
 
 
 
 
R: เฮ่อออออออออยยยย ค่อยยังชั่วหน่อย ห่าน
 
The Must: มึงยังไม่เจอแฟนกู เดินขึ้นมาไม่มีอาการหอบ
 
R: ห๊ะ !?
 
The Must: จริ๊ง -- กูไม่ได้โม้
 
R: (งงอยู่ในใจว่า แฟนเดอะมัสท์เป็นนักไตรกรีฑาระยะทางสามสิบกิโลเมตรรึไง)
 
 
 
 
 
 
ก้อนเมฆยังคงลอยตุ๊บป่อง เหมือนมันกำลังเดินทางไปที่ไหนซักที
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
The Must: อะไรวะเนี่ย ?
 
R: เหอ ?
 
The Must: (แหงนคอขึ้นไปมองเพดานหลังคาของกระท่อม ที่เต็มไปด้วยข้อความที่เขียนด้วยมือ)
 
The Must: "ตุ้ม รัก แต้ว ที่สุด"
 
R: มุมนี้แม่งมีทิ้งเบอร์โทรให้ติดต่อกลับด้วยว่ะ ..กูโทรเลยได้ป่ะวะ กูอยากติดต่อเค้า
 
 
 
 
นั่งตลกโปกฮากันอยู่สองคนกับข้อความที่ปรากฎในทุกซอกทุกมุมของศาลาคนเกือบจะเศร้าแห่งนี้
 
 
ซักพักหนึ่ง เดอะมัสท์พูดขึ้นว่า

 
The Must: จะว่าไป นี่มันเหมือนเฟซบุ๊คในชีวิตจริงเลยว่ะ
 
R: เออ เนอะ .. ...เออ เออ เออ -- แม่ง ใครชอบใคร รู้สึกยังไง ใครขึ้นถึงที่นี้แล้ว เหมือนเช็คองเช็คอิน
 
R: แต่แม่งคงไม่มีใครโพสท์เบอร์โทรลงเฟซบุ๊คสาธารณะเหมือนเคสนี้นะ
 
(พร้อมชี้ไปที่เบอร์โทร เขียนด้วยปากกาลบคำผิด ซึ่งเป็นลายมือวัยรุ่นทั่วไป)
 
 
 
 
 
 
 
 
ผู้เขียนกับ เดอะมัสท์ ก็คุยกันถึงเรื่องในวัยเด็ก
 
ใครแอบชอบใคร ใครโดนเปิดโปง เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่แยกย้ายกันที่ประตูรั้วโรงเรียน
 
ผู้เขียนยังจำได้ดีว่าขึ้นรถปรับอากาศสายหนึ่ง เพื่อไปห้างสรรพสินค้าตอนช่วยเวลาสายแก่แก่

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ผู้เขียนยังคงอยู่ในท่าล้มตัว เอาหัวหนุนแขน เอนเหมือนเด็กงอนผู้ปกครอง
 
 
 
 
 
 
 
แล้วก็คุยกันถึงเรื่องความชอบในการทำงาน และมาตรฐานในการนำมาทำงานของทั้งคู่
 
ซึ่งขอวรรคช่วงนี้ออกไป เพราะค่อนข้างหนักหัว และเวิ่นเว้อ
 
 
 
 
 
 
 
 
เพื่อนผมคนนี้ ประกอบอาชีพเป็นวิศวกรที่ติดดิน
 
มันเป็นคนมีฝีมือ และสื่อสารทางภาษาได้คล่องแคล่ว
 
 
ซึ่งเป็นการการันตีรายได้ที่ดีโดยอัตโนมัติ
 
แต่มันชอบรักษาเงินในกระเป๋ามาก และชอบบ่นงึมงำเวลาไปกินอาหารแล้วเจอของราคาแพง
 
ซึ่งผมชอบบุคลิกนี้ของมันมาก มันคอนทราสต์เป็นภาพศิลปะที่ดี ที่ทำให้ผมอมยิ้มเสมอ
 
และชีวิตที่มันโหยหากลับเป็น ชีวิตที่คล้ายกับรูปแบบที่ผู้เขียนต้องการ
 
 
 
การอยู่กับธรรมชาติ และความไม่หวือหวา
 
เรียบง่าย ไปได้นาน : )
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หลังจากนั่งคุยกันตั้งแต่เที่ยงวัน รู้สึกตัวอีกทีก็บ่ายสามกว่าจะบ่ายสี่
 
สะดุ้งเพราะเห็นเมฆฝนเริ่มตั้งเค้ามาแต่ไกล (เหมือนเหตุการณ์ที่สันเขื่อนไม่มีผิด)
 
จึงรีบด๊อกแด๊ก ลงจากยอดเขา ในบัดดล
 
 
 
 
 
 
 
โชคดีที่ทางลง เป็นคนละทางที่ไม่ต้องเผชิญหน้ากับไอ้ตูบ
 
ไม่งั้นโดนมันกัดซ้ำสอง มีหวังน้ำลายฟูมอยู่ตรงนั้นแน่นอนเลย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ขากลับ ครอบครัวของเจ้าสาวก็มาส่งที่สถานีรถตู้แห่งหนึ่ง
 
เราโบกมือบ๊ายบาย และนัดแนะกันไว้ว่าเดี๋ยวจะไปรวมพลกันอีกรอบที่เมืองกรุง
 
 
 
 
 
 
ทั้งชีวิต ผู้เขียนตามหามิตรภาพที่ดีเสมอ

 
แล้ววันเวลาก็นำไอ้บ้านี่ กลับมาในช่วงที่ชีวิตผู้เขียนไม่สวยงามเอาซะมากมาก
 
 
 
 
 
ในช่วงเคิร์ฟชีวิตระยะนี้ที่เหมือนจะเป็นขาลงเต็มรูปแบบ
 
แค่ผู้เขียนได้ของขวัญในชีวิตเป็นมิตรภาพที่ดีกลับมา
 
(หลังจากวันเวลาพัดผ่านให้หายจากกันไปอย่างยาวนาน)
 
เท่านั้นก็ชดเชยได้ทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
ขอบคุณพี่ ม๊าค สักกะเบื๊อก เจ้าพ่อเฟซบุ๊ค มากครับ ! คุณเป็นคนเก่งที่เปลี่ยนโลกโดยแท้จริง !
 
คุณนำเพื่อนผมกลับมาให้
 
 
 
 
ขอบคุณโชคชะตา ที่แม้จะบังคับให้เสียอย่างหนึ่งไป แต่่นำสิ่งที่มีค่ามากมาวางไว้ให้ใหม่ ชดเชย
 

 
 
 
 
 

 

 

 
 
 
 

 

 
 
Soundtrack: Professor Cedric J. / Pokemon Black & White
 
 
 
 
 

 
 
เล่าสนุกดีจังค่ะ อิอิ confused smile

#3 By แอ้ on 2013-06-27 10:27

#2 By ปิยะ99 on 2013-06-14 08:54

มิตภาพที่หอมหวานนน big smile
Hot! Hot!

#1 By ผ้าใบลุยสวน on 2013-06-09 01:28

Recommend

RUSH HOUR™ View my profile