#29 ทอดน่อง
posted on 15 May 2012 20:04 by rushesไดอะรี่ ผลุบผลุบ โผล่โผล่
เขียนมั่ง หายต๋อมไปมั่ง
คุณค่าที่คุณคู่ควร
วันนี้มาเล่าเรื่องน้องหมาตัวที่สองในชีวิต
ท่านผู้มีอุปการะคุณบางท่าน คงจำ "หมาหนิง" ได้จากไดอะรี่เล่มที่แล้ว
พอมาขึ้นไดอะรี่เล่มใหม่นี้ จำได้ว่ายังไม่เคยกล่าวพาดพิงถึงสุนัขเจ้าพระคุณรุนช่องตัวนี้ของผมเลย
แก้ไข: เคยพูดไปบ้างแล้วในตอนที่ 24 ! ยังไม่แก่แต่ชิงขี้ลืม !
อีกซะนิดหน่อยก็แล้วกัน
เกาลัด
เป็นหมาพันธุ์ผสมพุดเดิ้้ล และ ชิสุ ซึ่งหน้าตาจะถีบไปทางพุดเดิ้ลซะ 97%
แถมตัวใหญ่กว่าเล็กน้อยถ้าเทียบกับพุดเดิ้ลปกติ ซึ่งยิ่งทำให้ไม่เหลือเค้าโครงความเป็นชิสุ
ไม่ทราบจะผสมมาทำซากฟอสซิลอะไร

(เบบี๋)
เกาลัดเป็นสุนัขตัวเมียที่เชือว่าการอาบน้ำเป็นการทรมานสัตว์
ทุกครั้งที่คนในบ้านเผลอพูดบอกอีกคนหนึ่งในเตรียมผ้าเช็ดตัว
เพื่อจะทำความสะอาดร่างกายให้เจ้าหล่อน
หล่อนจะปรับหมวดจากหมาขี้เกียจเป็นหมาจรวดในระยะเวลาเพียงลมหายใจออกพรืดเดียว
และวิ่งหายไปในความมืด แม้วันนั้นจะเป็นวันที่มีแสงสว่างจ้าเพียงใดก็ตาม

(เวอร์ชั่น: อย่ามายุ่งก่ะฉัน)
เกาลัด ยังเป็นหมามังสวิรัติอีกด้วย
เพียงแต่เป็นไปตามอารมณ์อยาก
หล่อนชอบโซ้ยผักชนิดที่ว่าเหมือนหล่อนเคี้ยวขนมเล่นเลยทีเดียว
และสืบทราบมาจากคนในบ้านอีกว่า หล่อนเปิบปลาหร้าได้ดีทีเดียว
เจ้าของอย่างผมจึงจะคลั่งตาย
ในหมู่บ้านผมจะไม่มีสุนัขจรจัด
แต่ดันมีแมวจรจัดที่หลงมาจากหมู่บ้านข้างข้าง
อันที่จริงจะเรียกว่าหลงมาก็รู้สึกคันจั๊กกะแร้เพราะมันไม่จริง
(..แล้วเกี่ยวhaอะไรกับคันจั๊กกะแร้ ?)
ซึ่งเจ้าพวกน้องเหมียวเหล่านี้ จะเหมือนแมวโดยทั่วไปที่มักมีอาการ "ลองของ"
กับคนอย่างเราเรา น้องแมวจะทำเหมือนไม่ได้ยินว่าตัวเองถูกเรียก
และจะเดินเข้าหาคนต่อเมื่อตัวเองต้องการเท่านั้น (นึกคึก, เวลาอาหาร, ฯลฯ)
เช่นเดียวกับพฤติกรรมที่พวกเขามีต่อสุนัข
หากเห็นว่าสุนัขอยู่ในรั้วบ้าน
(ซึ่งตนเองเดินอย่างสง่างามดุจดารานักแสดงนำภาพยนตร์สากลชื่อดัง)
น้องแมวเหล่านี้จะเดินก้าวผ่านรั้วบ้านของสุนัขอย่างองอาจ และไม่มีท่าทีจะยำเกรงเลยแต่อย่างใด

(อารมณ์: แบ๊ว / ซึน / ไม่รับผิดชอบเจ้านาย (?))
ตราบจนเมื่อวันหนึ่งครับ
น้องแมวเคราะห์ร้ายตัวหนึ่ง ตัดสินใจผิดไปมาก
เช้ามืดธรรมดาวันหนึ่ง กับเสียงนกร้องในฤดูหนาว ที่ไม่มีความหนาวเอาเสียเลย
ผมยังคงนอนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบแคบ บนที่นอนที่มีแต่หนังสือคอมพิวเตอร์เต็มไปหมด
(ซื้อไว้เยอะ แต่ไม่อ่านไม่ค่อยรู้เรื่อง ที่ซื้อมาเพราะหวังจะให้มันระเหยเข้าสมองขณะบรรทม)
ผมตกใจตื่นจนหัวไปเขกกับมุมหนังสือหนาหนาเล่มหนึ่ง ด้วยเสียงของแมวที่แหลมบาดหู
ตามมาด้วยเสียงกระป๋องเปล่า และภาชนะใส่น้ำจำพวกกระติกที่ไม่ใช้งานแล้ว ตกกระทบพื้น
เสียงมาจากข้างบ้าน ซึ่งเป็นทิศเดียวกับห้องนอนของผม
ภายในหน่วยสิบวินาทีที่เสียงเหล่านี้เกิดขึ้น
ผมได้ยินเพียงเสียงของ เกาลัด เป็นแค่เสียงขู่ ที่มีโทนต่ำช่วงสั้นสั้น
และสามารถเดาได้อย่างไม่ยากเย็นเลยว่ามันกำลังวิ่งกวดน้องแมวตัวเมื่อซักครู่นี้อยู่
เสียงทั้งหมดจบลงที่เสียงแหลมสั้น เสียงสุดท้ายของน้องแมว ก่อนทุกอย่างจะเข้าสู่ความเงียบสงบ
ผมก็เดาไปตามประสาคนเมาขี้ตาว่า น้องแมวรอดอย่างหวุดหวิด เหมือนกรณีทั่วไปที่เกิดขึ้น
ที่ไหนได้
ผมลุกจากที่นอนตอนเจ็ดโมง เมื่อแสงแดดเริ่มสาดส่องผ่านกระจกทุกบานในบ้าน
และเดินลงมาชั้นล่าง เพื่อจะหาอะไรดื่มกันท้องว่างยามเช้า
ทันใดนั้น คนในบ้านจึงชื่นชม เกาลัด ให้ผมฟัง ถึงวีรกรรมอันน่าภาคภูมิใจของมันให้ได้ฟัง
เสียงแหลมสูงสุดท้ายของน้องแมวนั้น
คือเสียงตอนที่น้องแมวถูกกัดเข้าที่บริเวณตูดหรือสะโพกนั่นเอง
วันนั้นเป็นวันที่ผมรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก
เพราะผมเองก็แอบมีอารมณ์ฟุ้งซ่านเวลาเห็นน้องแมวเดินทอดน่องให้สุนัขเห่าเล่น
ที่ผมเดาไปว่าน้องแมวจะหนีพ้นเพราะ ผมลืมไปอย่างหนึ่งว่า
เกาลัดเป็นหมาที่มีเวอร์ชั่นจรวดได้ จรวดมาก
ผมเชื่อว่า ถ้าวันสิ้นโลกมาถึง
และผมสามารถเสกเกาลัดให้ใหญ่มากพอที่จะแบกคนได้
มันจะเป็นภาหนะหนีตายชั้นเอกที่เป็นทางเลือกลำดับต้นต้นเลยทีเดียว
(ในเงื่อนไขว่า ถ้าไม่ตกจากหลังของมัน)
ผมยังจำตอนน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่ผ่านมาได้
ต้องแบกเกาลัดพาดไหล่ พร้อมกระเป๋าห้อยหน้า ห้อยท้ายอีกสองใบ
กว่าจะเดินหาที่แห้ง แถวพื้นถนนที่มีการยกระดับข้ามคลองได้ ผมก็ลิ้นห้อยเลยทีเดียว
รักหมาตัวนี้มากครับ
ผมจะไม่ไปไหนหากไม่มีคนอยู่บ้านกับมัน ยกเว้นจำเป็นต้องทิ้งไว้ตัวเดียวจริงจริง
ใครมีเรื่องเล่าของน้องหมา รบกวนทิ้ง URL ไว้ด้วยนะครับ
จะตามไปอ่าน : )

Rush / May 15, 2012
